ระหว่างหัวใจที่อยากเชื่อเรื่องเนื้อคู่ กับเหตุผลที่อยากรอคำตอบจากดวง

· 1 min read
ระหว่างหัวใจที่อยากเชื่อเรื่องเนื้อคู่ กับเหตุผลที่อยากรอคำตอบจากดวง
ดูดวงเนื้อคู่

ฉันชื่อพลอย เป็นผู้หญิงธรรมดาที่กำลังเรียนอยู่ปีสาม ชอบกาแฟขมตอนเช้า เพลงอินดี้ตอนค่ำ และชอบตั้งคำถามกับความรักมากกว่าคนรอบตัว ฉันไม่ใช่สายหวานที่เชื่อในพรหมลิขิตแบบสุดโต่ง แต่ก็ไม่ใช่คนแข็งกระด้างที่ปิดใจใส่ทุกอย่าง ฉันอยู่ตรงกลาง ระหว่างความหวังกับความระแวง และนั่นแหละคือมุมที่ทำให้ฉันมองเรื่อง ดูดวงเนื้อคู่ ด้วยความรู้สึกซับซ้อนกว่าคำว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ

สำหรับฉัน การดูดวงเนื้อคู่ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตรัก มันเหมือนกระจกอีกบานที่เราใช้ส่องตัวเองในวันที่หัวใจไม่แน่ใจ ฉันเคยดูดวงเนื้อคู่หลายครั้ง บางครั้งเพราะอกหัก บางครั้งเพราะกำลังแอบชอบใคร และบางครั้งก็เพราะแค่อยากฟังอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเราจะไม่โดดเดี่ยวไปตลอด ฉันไม่เคยเอาคำทำนายมาเป็นแผนชีวิต แต่ยอมรับว่ามันมีอิทธิพลกับความรู้สึกอยู่ลึกๆ เหมือนคำปลอบใจจากคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักเรา แต่กลับพูดอะไรบางอย่างตรงใจอย่างน่าประหลาด

มุมมองของฉันต่อความรักค่อนข้างดื้อ ฉันเชื่อว่าความรักควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่สนามทดสอบความอดทน ฉันไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ต้องเดาใจ ไม่ชอบการเล่นเกม และไม่เชื่อว่าความเจ็บปวดคือบทพิสูจน์ของรักแท้ เวลาไปดูดวงเนื้อคู่ ฉันมักจะไม่ได้ถามว่าเขาจะมาเมื่อไหร่ แต่ถามว่าฉันควรเติบโตยังไงถึงจะพร้อมเจอคนที่ไม่ทำให้ฉันต้องหายใจติดขัด ดวงจึงกลายเป็นเครื่องมือสะท้อนความต้องการภายใน มากกว่าการรอคอยใครสักคนตามคำทำนาย

หลายคนมองว่าการดูดวงเนื้อคู่คือการฝากหัวใจไว้กับโชคชะตา แต่ฉันมองว่ามันคือบทสนทนาระหว่างเราและความกลัวของเราเอง เวลาแม่หมอพูดถึงคนที่จะเข้ามา ฉันฟังด้วยใจที่เปิด แต่ก็ถือไว้ด้วยมือที่ไม่แน่นเกินไป เพราะฉันเคยเห็นเพื่อนหลายคนยึดติดกับคำว่า “ใช่” จากดวง จนมองข้ามสัญญาณเตือนจากชีวิตจริง ความสัมพันธ์ไม่ควรเริ่มจากการรอให้ดวงชี้ แต่ควรเริ่มจากการที่เรารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่ยอมลดคุณค่าของตัวเองเพื่อใครสักคน

ในฐานะผู้หญิงอายุยี่สิบเอ็ด ฉันยังเชื่อว่าความรักคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การครอบครอง ฉันอยากมีความสัมพันธ์ที่เติบโตไปพร้อมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างดึงกันไว้ การดูดวงเนื้อคู่ทำให้ฉันคิดถึงภาพความรักในอุดมคติ แต่ก็เตือนให้ฉันกลับมามองความจริง ว่าคนที่ใช่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตามคำทำนาย แต่ต้องเป็นคนที่พร้อมนั่งฟังฉันในวันที่ฉันไม่เก่ง และไม่หายไปตอนที่ชีวิตฉันยุ่งเหยิง

ฉันมีทัศนคติต่อความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ฉันไม่รีบผูกมัด ไม่เร่งอนาคต และไม่เชื่อว่าความรักต้องเร่งตามอายุหรือแรงกดดันของสังคม เวลาอ่านคำทำนายเรื่องเนื้อคู่ ฉันชอบส่วนที่พูดถึงการเติบโตภายใน มากกว่าส่วนที่บอกว่าเขาจะหน้าตาแบบไหน ทำงานอะไร เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้คนสองคนอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่รายละเอียดภายนอก แต่คือวิธีที่เขาปฏิบัติกับเราในวันที่ไม่มีใครมอง

บางครั้งการดูดวงเนื้อคู่ก็ทำให้ฉันยิ้ม ทั้งที่รู้ว่ามันอาจไม่เกิดขึ้นจริง มันเหมือนการอ่านนิยายที่เราเลือกเชื่อเฉพาะตอนที่หัวใจต้องการพัก ฉันไม่เคยเอาคำทำนายไปตัดสินใคร แต่ยอมรับว่ามันทำให้ฉันกล้าหวังในวันที่โลกดูแข็งกระด้างเกินไป ความหวังเล็กๆ นั้นไม่ได้ทำร้ายใคร ตราบใดที่เรายังยืนอยู่บนพื้นของความจริง

ถ้าถามว่าฉันเชื่อเรื่องเนื้อคู่ไหม คำตอบคือเชื่อในแบบของฉันเอง ฉันเชื่อว่าบางคนเข้ามาในชีวิตเราเพื่อสอนบางอย่าง ไม่ว่าจะอยู่สั้นหรือยาว และบางคนอาจอยู่ต่อเพราะเราทั้งคู่เลือกที่จะเรียนรู้กันต่อ ไม่ใช่เพราะดวงผูกไว้ การดูดวงเนื้อคู่จึงไม่ใช่การหาคำตอบว่าคนไหนจะอยู่ แต่เป็นการถามตัวเองว่าเราพร้อมจะรักอย่างมีสติหรือยัง

ท้ายที่สุด ฉันคิดว่าดวงชะตาเป็นเพียงฉากหลัง ความรักจริงๆ เกิดจากการกระทำเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน การเลือกฟัง การเลือกซื่อสัตย์ และการเลือกไม่ทิ้งกันง่ายๆ ถ้าดวงบอกว่าจะเจอคนดี ฉันก็จะยิ้ม แต่ถ้ายังไม่เจอ ฉันก็จะใช้เวลานั้นรักตัวเองให้เก่งขึ้น เพราะต่อให้เนื้อคู่มีจริง เขาก็คงอยากเจอฉันในเวอร์ชันที่ไม่ต้องขอโทษที่เป็นตัวเอง

ในมุมของโหราศาสตร์ ฉันเคยได้ยินว่าดวงความรักของฉันต้องเจอการทดสอบก่อนจะเจอความมั่นคง เขาว่าฉันเป็นคนรักจริงแต่ใจอ่อน และต้องเรียนรู้การตั้งขอบเขตให้ชัด ฉันฟังไว้เป็นแนวคิด ไม่ใช่คำสั่ง เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าดาวจะเรียงตัวยังไง หัวใจของฉันก็ยังเป็นของฉัน และความรักที่ดีควรเริ่มจากตรงนั้นเสมอ